เครื่องสำอางมีเลขจดแจ้งแล้ว แต่ชื่อบนฉลากไม่ตรง LPI ของถึงไทยแล้วแก้อย่างไร

3 Min Read

ถ้าเครื่องสำอางมีเลขจดแจ้งครบ แต่ชื่อบนกล่อง Invoice หรือ Packing List ไม่ตรงกับข้อมูลที่จดแจ้ง อย่าเพิ่งแก้ทุกเอกสารให้เหมือนชื่อทางการตลาดบนกล่อง ต้องยึดชื่อผลิตภัณฑ์และเลขจดแจ้งที่ได้รับอนุมัติเป็นหลัก แล้วทำให้เอกสารของแต่ละสูตรเชื่อมกับสินค้าจริงได้ชัดเจน

แก้ปัญหาได้

ปัญหา: เครื่องสำอางมีเลขจดแจ้งครบ แต่ชื่อในฉลาก Invoice และระบบไม่ตรงกัน

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2025 ลูกค้าติดต่อมาปรึกษาเรื่องเครื่องสำอางที่นำเข้าจากจีน สินค้ามาถึงท่าแล้วแต่ยังเดินขั้นตอนนำเข้าต่อไม่ได้ ทั้งที่ทุกสูตรมีเลขจดแจ้งครบ และก่อนหน้านี้ลูกค้ามั่นใจว่าเรื่องใบอนุญาตไม่มีปัญหา

จุดที่ติดอยู่ตอนขอ License per Invoice หรือ LPI เพราะระบบไม่สามารถจับคู่รายการสินค้าใน Shipment กับข้อมูลที่จดแจ้งไว้ได้ ชื่อผลิตภัณฑ์ในระบบ อย. ชื่อบนกล่อง และชื่อใน Invoice ใช้ไม่เหมือนกัน

ในระบบจดแจ้งใช้ชื่อผลิตภัณฑ์แบบเต็ม เช่น ชื่อแบรนด์ตามด้วยชื่อสูตรและประเภทสินค้า บนกล่องใช้ชื่อทางการตลาดที่สั้นกว่า ส่วน Invoice จากโรงงานใช้ชื่อรวมของสินค้าหลายสูตรในชุดเดียวกัน ทุกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นสินค้าตัวเดียวกัน แต่ระบบนำเข้าต้องเห็นว่าสินค้าแต่ละรายการตรงกับเลขจดแจ้งใด

ทีมงานตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบนฉลากและข้อมูลในเอกสารของลูกค้า

ตอนแรกฝ่ายลูกค้าลองแก้ Invoice ให้ใช้ชื่อตามหน้ากล่อง เพราะคิดว่าจะทำให้เอกสารตรงกับของจริงมากที่สุด แต่เมื่อนำมาเทียบกับข้อมูลที่ได้รับจดแจ้ง ชื่อใน Invoice กลับยิ่งห่างจากชื่อเต็มในระบบ อย.

การแก้กล่องทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก สินค้าผลิตเสร็จและมาถึงไทยแล้ว ฝ่ายการตลาดใช้ Artwork และชื่อบนกล่องในสื่อขายเรียบร้อย หากเปลี่ยนทั้งหมดอาจกระทบทั้งต้นทุนและแผนเปิดขาย

ขณะเดียวกันตู้เริ่มนับวันฟรี หากงานยังไม่เดิน ค่า Storage กับ Demurrage อาจเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาที่สินค้าและตู้ค้างท่า ลูกค้าจึงต้องรู้ว่าควรแก้ LPI, Invoice, ฉลาก หรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อน เพื่อไม่เสียเวลากับจุดที่ไม่ใช่ต้นเหตุ

ประเด็นจึงไม่ใช่การรื้อข้อมูลทุกอย่างแล้วทำใหม่ แต่ต้องยึดชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจดแจ้งเป็นหลัก และจัดความสัมพันธ์ให้เห็นว่าชื่อทางการตลาดแต่ละชื่อบนกล่องตรงกับผลิตภัณฑ์และเลขจดแจ้งรายการใด

ลูกค้ากำลังปรึกษาทีมงานกรณีชื่อเครื่องสำอางบนฉลากไม่ตรงกับข้อมูลใน LPI

สุดท้ายลูกค้านำเลขจดแจ้ง Invoice และรูปกล่องของแต่ละสูตรมาให้เราช่วยไล่ดู พร้อมถามว่า

“เลขจดแจ้งเรามีครบทุกตัว แต่แต่ละที่เรียกชื่อไม่เหมือนกัน
ต้องแก้ตรงไหนก่อนถึงจะออก LPI และเอาของออกได้?”

แนวทางที่เราจัดการให้

เลขจดแจ้งที่มีครบช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ถูกจดแจ้งไว้แล้ว แต่ยังต้องทำให้รายการใน Shipment เชื่อมกับข้อมูลผลิตภัณฑ์ทีละสูตร จุดวินิจฉัยของเคสนี้จึงอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเลขจดแจ้ง ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อทางการตลาด ขนาด และจำนวน ไม่ใช่การขอเลขใหม่ให้ทุกตัว

หลักทั่วไปของ LPI ที่ไม่ออกทั้งที่มีใบ อย. แล้ว คือควรเริ่มจากสถานะคำขอและข้อความตอบกลับ แล้วค่อยตรวจข้อมูลสินค้า Invoice ขนาดบรรจุ จำนวน และสิทธิในระบบ เคสนี้เมื่อไล่ลงไปพบว่าชื่อและขนาดในเอกสารบางรายการไม่เชื่อมกับเลขจดแจ้งของแต่ละสูตร

เราจึงแยกชื่อที่ได้รับจดแจ้งออกจากชื่อที่ใช้เพื่อการตลาด และแยกชื่อรวมในเอกสารซื้อขายออกจากรายการสินค้าที่ต้องอ้างอิงใน LPI วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่ารายการใดใช้ข้อมูลเดิมได้ และรายการใดต้องแก้เอกสารนำเข้า

ทีมงานสรุปแนวทางแก้ไขเมื่อชื่อบนฉลากเครื่องสำอางไม่ตรงกับเอกสาร LPI

เราทำอะไร

    • เทียบเลขจดแจ้ง ชื่อผลิตภัณฑ์ ขนาด และฉลากจริงกับรายการใน Invoice และ Packing List
    • แยกสินค้าที่ใช้ข้อมูลเดิมได้ออกจากรายการที่ต้องแก้หรือยื่นเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ทั้งล็อตรอจุดเดียว
    • เรียงชื่อ เลขจดแจ้ง ขนาด และจำนวนให้ชี้ไปยังสินค้าแต่ละสูตรได้ตรงกัน แล้วแก้เฉพาะเอกสารนำเข้าที่เป็นต้นเหตุ
    • จัดเอกสารชุดเดียวสำหรับออก LPI ทำใบขน และใช้ตอบด่าน อย. ตอนตรวจสินค้า
แก้ปัญหาได้

ผลลัพธ์: ออก LPI และนำสินค้าออกจากท่าได้

    • ตรวจพบว่าสูตรหลักมีเลขจดแจ้งครบ แต่ชื่อทางการค้าและขนาดในเอกสารบางรายการไม่เชื่อมกัน
    • เรียงชื่อ เลขจดแจ้ง ขนาด และจำนวนใหม่ พร้อมแก้เอกสารนำเข้าที่เป็นต้นเหตุจนออก LPI ได้ครบ
    • ส่งใบขนและผ่านการตรวจที่ด่าน อย. จนสามารถนำสินค้าออกจากท่าได้

ผลของเคสนี้เกิดจากข้อเท็จจริงว่าเลขจดแจ้งของสูตรหลักยังใช้ได้และจุดผิดอยู่ในข้อมูลของ Shipment หากเคสอื่นมีสูตร ขนาด ผู้ผลิต หรือรายละเอียดสำคัญต่างจากที่จดแจ้ง อาจต้องดำเนินการด้านข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อน ผลจึงไม่เหมือนกันทุกกรณี

ลูกค้าและทีมงานเปรียบเทียบชื่อเครื่องสำอางในเอกสารกับข้อมูลที่ระบุใน LPI

ชื่อเครื่องสำอางต่างกันตรงไหนจึงกระทบ LPI

ชื่อที่ต่างกันไม่ได้มีผลเหมือนกันทุกกรณี ต้องดูว่าความต่างนั้นเป็นเพียงรูปแบบการแสดงชื่อที่ยังเชื่อมกลับไปยังข้อมูลจดแจ้งได้ หรือเป็นความต่างที่กระทบตัวผลิตภัณฑ์ เช่น สูตร ขนาด ผู้ผลิต หรือรายละเอียดสำคัญ ส่วน Invoice และ Packing List ใช้อธิบายรายการซื้อขายและจำนวนของ Shipment

หากความต่างเป็นเพียงวิธีเรียก ต้องจัดหลักฐานให้ตรวจสอบได้ว่าทุกชื่อชี้ไปยังผลิตภัณฑ์เดียวกัน แต่หากความต่างทำให้เป็นคนละสูตร คนละขนาด หรือคนละรายละเอียดสำคัญ ไม่ควรแก้เพียงคำใน Invoice เพื่อให้ระบบรับ ต้องตรวจว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งไว้ยังครอบคลุมหรือไม่

หากปัญหาอยู่ที่ข้อมูลในระบบ Invoice, Packing List และฉลากไม่ตรงกัน ต้องแยกก่อนว่าเป็นปัญหาของข้อมูล Shipment หรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งไว้

ตามข้อมูลของกองควบคุมเครื่องสำอาง ฉลากเครื่องสำอางที่ขายในประเทศต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนด รวมถึงชื่อเครื่องสำอาง ชื่อทางการค้า และเลขที่ใบรับจดแจ้ง จึงควรตรวจฉลากกับข้อมูลที่จดแจ้งก่อนเผยแพร่หรือสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์รอบใหม่

ก่อนส่งเครื่องสำอางรอบถัดไปควรตรวจอะไร

    • เทียบชื่อการค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ เลขจดแจ้ง สูตร และขนาดกับข้อมูลที่ใช้ยื่น LPI
    • ให้ Invoice และ Packing List แยกรายการสินค้าได้ชัด ไม่รวมหลายสูตรจนจับคู่กับเลขจดแจ้งไม่ได้
    • ตรวจฉลากและ Artwork ก่อนผลิตจริง หากมีการเปลี่ยนชื่อ ขนาด หรือรายละเอียดสำคัญ ให้ตรวจผลต่อข้อมูลที่จดแจ้งก่อนส่งสินค้า
    • เก็บสถานะคำขอและข้อความตอบกลับจากระบบไว้ เพื่อแก้กับเจ้าของปัญหาตรงจุด

คำถามที่พบบ่อย

มีเลขจดแจ้งเครื่องสำอางครบแล้ว ทำไม LPI ยังไม่ออก

เลขจดแจ้งแสดงว่าผลิตภัณฑ์มีข้อมูลจดแจ้งอยู่ในระบบแล้ว แต่ LPI เป็นขั้นตอนที่ใช้กับการนำเข้าแต่ละครั้ง หากชื่อสินค้า ขนาด จำนวน หรือข้อมูลของ Shipment ไม่สัมพันธ์กับข้อมูลที่จดแจ้ง LPI อาจยังออกไม่ได้

ไม่ควรแก้จากชื่อบนกล่องเพียงอย่างเดียว ต้องยึดข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจดแจ้ง แล้วตรวจว่าชื่อทางการตลาดบนกล่องสัมพันธ์กับเลขจดแจ้งรายการใด จากนั้นจึงแก้ Invoice และเอกสารที่เป็นต้นเหตุให้ทั้งชุดชี้ไปยังสินค้าจริงตรงกัน

ไม่เสมอไป ต้องแยกก่อนว่าเป็นเพียงชื่อทางการตลาดหรือวิธีเขียนต่างกัน หรือเป็นความต่างที่กระทบสูตร ขนาด ผู้ผลิต หรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้ง หากกระทบข้อมูลสำคัญควรตรวจแนวทางแก้ไขกับ อย. ก่อน

เริ่มจากดูสถานะคำขอและข้อความตอบกลับ แล้วเทียบเลขจดแจ้ง ชื่อผลิตภัณฑ์ ฉลาก Invoice, Packing List, ขนาด และจำนวนทีละสูตร เพื่อระบุว่าปัญหาอยู่ที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เอกสาร Shipment สิทธิผู้ยื่น หรือขั้นตอนในระบบ

ชื่อสินค้าไม่ตรงจน LPI ไม่ออก ให้ U:WENTI ช่วยไล่รายการ

ถ้ามีเลขจดแจ้งครบแต่ยังไม่รู้ว่าชื่อในระบบ ฉลาก กล่อง Invoice หรือ Packing List ติดกันตรงไหน

ส่งสถานะคำขอ ข้อความตอบกลับ เลขจดแจ้ง เอกสาร Shipment และรูปฉลาก
มาให้ U:WENTI ช่วยแยกว่าส่วนใดใช้ต่อได้ ส่วนใดต้องแก้ และควรเดินเรื่องทางไหนก่อน

U:WENTI - You've got problems, We've got ways.U:WENTI - You've got problems, We've got ways.
Share This Article