ของติดด่านไม่มี มอก. เอาออกไม่ได้ ทำยังไง

2 Min Read

ของติดด่านเพราะไม่มี มอก. ยังเอาสินค้าออกได้ไหม?

ถ้าของมาถึงไทยแล้วเพิ่งรู้ว่าสินค้าอาจเข้าข่าย มอก. บังคับ อย่าเพิ่งรีบขอเอกสารเพิ่มหรือสรุปว่าสินค้าเอาออกไม่ได้ สิ่งแรกที่ควรทำคือเช็กให้ชัดเจนก่อนว่า สินค้ารุ่นที่นำเข้ามาเข้าข่าย มอก. บังคับจริงหรือไม่

ถ้าไม่เข้าข่าย อาจต้องดำเนินการขอพิจารณาขอบข่ายเพื่อใช้ประกอบการนำเข้า แต่ถ้าเข้าข่ายจริง ต้องดูต่อว่าสินค้าล็อตนั้นต้องใช้เอกสารอะไร และต้องดำเนินการขออนุญาตกับ สมอ. อย่างไร เพื่อให้ได้ Permit สำหรับใช้ประกอบการทำใบขนและตรวจปล่อยสินค้า

ดังนั้น ถ้าของติดด่านเพราะไม่มี มอก. จุดเริ่มต้นไม่ใช่การไล่ขอเอกสารทุกอย่างเพิ่ม แต่คือการตอบให้ได้ก่อนว่า “สินค้าตัวนี้ต้องมี มอก. จริงหรือไม่?”

แก้ปัญหาได้

เช็กก่อนว่าสินค้าเข้าข่าย มอก. บังคับหรือไม่: สามารถตรวจสอบรายชื่อมาตรฐานบังคับจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้โดยตรง

ปัญหา: นำเข้าสินค้าแล้วพบว่าเข้าข่าย มอก. บังคับ

ปลายเดือนมกราคม 2024 ลูกค้าสั่งสินค้าใหม่จากจีนเข้ามาทดลองขายหนึ่งตู้ ก่อนสั่งได้เช็กกับ Supplier แล้วว่าสินค้าส่งออกได้ และมีเอกสารสินค้าทั่วไปครบ จึงเข้าใจว่างานนำเข้าครั้งนี้ก็น่าจะเหมือนของที่เคยทำมา

เรื่องมาแตกวันที่ 8 เมษายน 2024 ตอนของถึงไทยและ Shipping เริ่มทำใบขน แล้วพบว่าสินค้าอาจอยู่ในกลุ่ม มอก. บังคับ หากเข้าข่ายจริงจะต้องมีเอกสารอนุญาตก่อน จึงยังไม่สามารถรับของออกจากท่าได้ตามปกติ

ลูกค้าปรึกษาปัญหาสินค้านำเข้าติดด่านเพราะไม่มีเอกสาร มอก.

ตอนแรกลูกค้าคิดว่าน่าจะขาดเอกสารเพียงหนึ่งหรือสองใบ แต่พอเริ่มไล่ดูสิ่งที่ต้องใช้ กลับมีทั้ง

    • Specification
    • Test Report
    • รายละเอียดการใช้งาน
    • และข้อมูลทางเทคนิคหลายรายการ

ลูกค้ามีไฟล์จากโรงงานอยู่หลายชุด แต่ไม่รู้ว่าฉบับไหนใช้ยืนยันขอบข่ายได้ และฉบับไหนยังไม่ขาด

Shipping เดิม สามารถทำใบขนให้ได้เมื่อ Permit พร้อม แต่ยังตอบไม่ได้ว่าสินค้ารุ่นนี้เข้าข่าย มอก.บังคับจริงหรือไม่
ลูกค้าจึงลองส่งรูปสินค้าและ Catalogue ไปถามหลายทาง ได้รายการเอกสารกลับมาเพิ่มเรื่อย ๆ

แต่ยังไม่มีใครสรุปให้ได้ว่าควร ขอพิจารณาขอบข่ายก่อน หรือเริ่มขออนุญาตเต็มขั้นตอนไปเลย

จากที่คิดว่าน่าจะแก้เรื่องเอกสารไม่กี่วัน ของกลับค้างอยู่ที่ท่าเรื่อยมา ค่าใช้จ่ายเริ่มเพิ่ม ลูกค้าปลายทางก็ตามสินค้า แต่ฝั่งลูกค้าเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัญหาที่แท้จริงคือ “เอกสารยังไม่ครบ” หรือ “สินค้านี้ต้องขอ มอก. ตั้งแต่แรก”
เกือบหนึ่งเดือนผ่านไป เรื่องก็ยังไม่เดินไปไหน

ลูกค้าเริ่มต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเก็บของไว้รอต่อ ส่งสินค้ากลับ หรือเริ่มดำเนินการกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แต่ก็ยังไม่อยากเลือกทางไหนก่อนที่จะรู้ให้ชัดว่าสินค้าตัวนี้เข้าข่ายจริงหรือไม่ เพราะถ้าเริ่มผิดทางก็อาจเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก

ลูกค้าปรึกษาปัญหาสินค้านำเข้าติดด่านเพราะไม่มีเอกสาร มอก.

สุดท้ายลูกค้าจึงโทรมาหาเราแล้วถามว่า

ของล็อตนี้ยังมีทางเอาออกไหม
แล้วเราต้องรู้ให้ได้ก่อนใช่ไหมว่าสินค้าตัวนี้เข้าข่าย มอก.จริงหรือเปล่า
?”

แนวทางที่เราจัดการให้

    • เช็กพิกัดสินค้า สเปก รูปสินค้า และการใช้งานจริงก่อนว่า สินค้ารุ่นนี้เข้าข่าย มอก. บังคับหรือไม่
    • ถ้าไม่เข้าข่าย วางทางขอพิจารณาขอบข่ายเพื่อใช้ประกอบการนำเข้า แต่ถ้าเข้าข่ายจริง ให้สรุปเอกสารและขั้นตอนการขออนุญาตที่ต้องดำเนินการ
    • จัดชุดข้อมูลและเอกสารที่ต้องใช้ให้ตรงกับสินค้ารุ่นที่นำเข้า แทนการขอเอกสารจาก Supplier เพิ่มไปเรื่อย ๆ โดยยังไม่รู้ว่าต้องใช้อะไร
    • วางงานระหว่าง สมอ., Permit, ใบขน และการตรวจปล่อยสินค้า ให้เดินต่อกัน เพื่อไม่ให้แต่ละส่วนต้องรอข้อมูลคนละชุด
แก้ปัญหาได้

ผลลัพธ์: ขอ Permit และนำสินค้าออกจากด่านได้

    • ตรวจสเปกและการใช้งานแล้วพบว่าสินค้าเข้าข่าย มอก. บังคับจริง ไม่ใช่ปัญหาจากการเลือกชื่อสินค้าในใบขนเพียงอย่างเดียว
    • จัดชุดข้อมูลที่ต้องใช้และเดินเรื่องขออนุญาตกับ สมอ. จนได้เอกสารสำหรับสินค้าล็อตนี้
    • ได้ Permit → ใช้กับใบขน → ตรวจปล่อย → รับสินค้าออก
ลูกค้าปรึกษาปัญหาสินค้านำเข้าติดด่านเพราะไม่มีเอกสาร มอก.

คำถามที่พบบ่อยเมื่อของติดด่านเพราะไม่มี มอก.

นำเข้าสินค้ามาแล้วเพิ่งรู้ว่าต้องมี มอก. ยังเอาของออกได้ไหม?

ยังไม่ควรสรุปว่าสินค้าเอาออกไม่ได้ ต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้ารุ่นที่นำเข้ามาเข้าข่าย มอก. บังคับจริงหรือไม่ หากเข้าข่ายจริงจึงค่อยดูต่อว่าต้องใช้เอกสารอะไร และต้องดำเนินการขออนุญาตอย่างไร เพื่อให้ได้ Permit สำหรับใช้ประกอบการทำใบขนและตรวจปล่อยสินค้า

ไม่ควรดูจากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว เพราะการพิจารณาอาจเกี่ยวข้องกับประเภทสินค้า สเปก รุ่น ลักษณะการใช้งาน และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง หากไม่แน่ใจควรตรวจสอบขอบข่ายของสินค้าให้ชัดก่อนเริ่มดำเนินการขออนุญาต

ไม่เสมอไป การที่ Supplier หรือโรงงานสามารถส่งสินค้าออกจากประเทศต้นทางได้ ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะผ่านเงื่อนไขการนำเข้าของประเทศไทยโดยอัตโนมัติ สินค้าบางประเภทอาจมีมาตรฐานหรือใบอนุญาตที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนนำเข้า

เริ่มจากเช็กก่อนว่าสินค้าเข้าข่าย มอก. บังคับจริงหรือไม่ พร้อมรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น Specification, Test Report, Catalogue รูปสินค้า รุ่น และรายละเอียดการใช้งาน เพื่อดูว่าต้องดำเนินการในขั้นตอนไหนต่อ

การมีเอกสารจาก Supplier หลายชุดไม่ได้หมายความว่าเอกสารเหล่านั้นจะใช้กับขั้นตอนที่กำลังติดอยู่ได้ทั้งหมด ต้องดูว่าเอกสารฉบับไหนใช้ยืนยันสเปก ขอบข่าย หรือประกอบการขออนุญาตสำหรับสินค้ารุ่นนั้นได้จริง

มีโอกาสเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มระหว่างที่สินค้าหรือคอนเทนเนอร์ยังค้างอยู่และรอการดำเนินการ ดังนั้นเมื่อพบว่างานติดเรื่อง มอก. ควรรีบหาสาเหตุให้ชัดว่าเป็นปัญหาที่ขอบข่าย ใบอนุญาต หรือเอกสารส่วนไหน ก่อนเริ่มดำเนินการต่อ

ของติดด่านเพราะไม่มี มอก. ยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มตรงไหน?

อย่าเพิ่งรีบขอเอกสารเพิ่ม หรือเริ่มดำเนินการทุกขั้นตอนโดยที่ยังไม่รู้ว่าสินค้าเข้าข่าย มอก. บังคับจริงหรือไม่
เพราะยิ่งเริ่มผิดทาง ของก็ยิ่งค้าง และค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเพิ่ม

ถ้าของไม่ได้ติดเรื่อง มอก. แต่ติดใบอนุญาต อย.
ปัญหาก็ต้องไล่กันอีกแบบ อย่างกรณี สินค้าติด อย. แต่ของถึงแล้ว ใบอนุญาตยังไม่พร้อม สาเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่การไม่มีใบอนุญาต แต่อยู่ที่ข้อมูลใน Invoice ฉลาก หรือระบบ อย. ที่ยังไม่ตรงกัน จน LPI ออกไม่ได้และของเดินต่อไม่ได้

U:WENTI ช่วยไล่ปัญหาให้ตั้งแต่ต้น ว่าสินค้าติดเพราะอะไร ต้องขออะไร และควรเดินเรื่องทางไหนเพื่อให้ของออกได้

ตั้งแต่ตรวจขอบข่าย มอก., เอกสารสินค้า, Permit, ใบขน ไปจนถึงประสานขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางที่เหมาะกับเคสของคุณ

U:WENTI - You've got problems, We've got ways.U:WENTI - You've got problems, We've got ways.
Share This Article