Form E ใช้ไม่ได้ ต้องเช็กอะไรบ้าง ระหว่างรอ ACFTA 3.0

Law
5 Min Read

ตอนนี้ยังใช้กติกา Form E เดิมอยู่ เพราะ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ACFTA 3.0 ยังไม่มีผลใช้บังคับ ถ้ากำลังนำเข้าสินค้าจากจีนและต้องการใช้สิทธิลดอากร ให้ตรวจตามประกาศกรมศุลกากรที่ 218/2564 และฉบับแก้ไขที่ 82/2566 ไปก่อน อย่าเพิ่งนำรายละเอียดของ ACFTA 3.0 มาใช้กับใบขน จนกว่าจะมีผลและมีประกาศหรือแนวปฏิบัติของไทยรองรับชัดเจน

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ว่าอาเซียนและจีนตั้งเป้าให้ ACFTA 3.0 (ASEAN–China Free Trade Area 3.0) หรือ พิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน มีผลใช้บังคับภายในปี 2569 ตอนนั้นอาเซียน 7 ประเทศรวมทั้งไทยทำกระบวนการภายในเสร็จแล้ว แต่ยังรอฝ่ายจีน เมื่อจีนดำเนินการเสร็จ พิธีสารจึงจะมีผลภายใน 60 วัน

สรุปง่าย ๆ คือ ACFTA 3.0 มีตัวพิธีสารแล้ว แต่ยังไม่ได้แปลว่ากติกาใหม่ใช้กับ Form E และใบขนทุกฉบับทันที ถ้ากำลังมีการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยให้ยึดหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรใช้อยู่ตอนนี้ก่อน

มี Form E แล้ว ทำไมยังไม่ได้ลดอากร

มี Form E ไม่ได้แปลว่าจะได้ลดอากรแน่นอน Form E เป็นหลักฐานว่าสินค้าผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิดภายใต้ความตกลงอาเซียน–จีน และใช้ประกอบการขอสิทธิลดอากร แต่ศุลกากรยังต้องตรวจอีกว่าสินค้า พิกัด และกฎถิ่นกำเนิดตรงตามเงื่อนไขหรือไม่
ตอนยื่นใบขน ต้องดูด้วยว่าข้อมูลใน Form E เชื่อมกับ Invoice, Packing List, ใบตราส่ง และสินค้าที่นำเข้าจริงได้หรือไม่ ถ้าเอกสารชี้ไปคนละสินค้า คนละล็อต หรือกฎถิ่นกำเนิดไม่ตรงกับวิธีผลิตจริง การมี Form E ก็อาจยังไม่พอ

อีกจุดที่เข้าใจผิดกันบ่อยคือ สินค้าผลิตในจีนหรือส่งออกจากท่าจีน ไม่ได้ทำให้สินค้ามีถิ่นกำเนิดจีนโดยอัตโนมัติ ต้องดูวัตถุดิบและกระบวนการผลิตด้วย ประเทศของผู้ขาย ประเทศที่ส่งของ และถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นข้อมูลคนละเรื่องกัน

ภาพอธิบายว่ามี Form E ไม่ได้แปลว่าจะได้ลดอากรแน่นอน เพราะศุลกากรยังตรวจสินค้า พิกัด และกฎถิ่นกำเนิด

ช่อง 8 ของ Form E คืออะไร และรหัส PE กับ WO ต่างกันอย่างไร

ช่อง 8 ของ Form E ใช้ระบุเกณฑ์ถิ่นกำเนิดที่สินค้านั้นใช้ในการขอสิทธิ เช่น WO, PE, RVC, CTH หรือ PSR เพราะฉะนั้น เวลาดูช่อง 8 อย่าดูแค่ว่ามีรหัสกรอกอยู่หรือไม่ ต้องดูด้วยว่ารหัสนั้นตรงกับวัตถุดิบและวิธีผลิตจริงหรือเปล่า รหัสแต่ละตัวไม่ได้เรียงจากง่ายไปยาก และไม่ได้ให้สิทธิมากน้อยกว่ากัน

คำที่คนสับสนกันบ่อยที่สุดคือ WO กับ PE

    • WO (Wholly Obtained) หมายถึงสินค้าที่ได้มาหรือผลิตขึ้นทั้งหมดในประเทศภาคีตามเงื่อนไขของกฎถิ่นกำเนิด เช่น ผลผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นตามเงื่อนไขที่กำหนด
    • PE (Produced Entirely) หมายถึงสินค้าที่ผลิตในประเทศภาคีโดยใช้เฉพาะวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดจากประเทศภาคีอาเซียน–จีนหนึ่งประเทศหรือหลายประเทศ

ถ้ามีวัตถุดิบนอกภูมิภาค ต้องดูเกณฑ์อื่นที่ใช้กับสินค้านั้น ไม่ใช่เลือก PE เพียงเพราะขั้นตอนสุดท้ายทำในจีน

นอกจาก WO และ PE ช่อง 8 ยังอาจเจอเกณฑ์อื่น เช่น

    • ตัวเลขร้อยละ หรือ RVC (Regional Value Content) หมายถึงสินค้าผ่านเกณฑ์สัดส่วนมูลค่าที่เกิดขึ้นในภูมิภาค โดยต้องไม่น้อยกว่าเกณฑ์ที่ใช้กับสินค้านั้น
    • CTH (Change in Tariff Heading) หมายถึงวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิดผ่านการผลิตจนพิกัดเปลี่ยนในระดับ 4 หลัก วิธีนี้ดูการเปลี่ยนสภาพของสินค้า ไม่ได้ดูเพียงมูลค่าวัตถุดิบ
    • PSR (Product Specific Rules) หมายถึงกฎเฉพาะของสินค้าบางพิกัด ซึ่งอาจกำหนด RVC การเปลี่ยนพิกัด กระบวนการผลิตเฉพาะ หรือใช้หลายเกณฑ์ร่วมกัน
    • PSR40 เป็นรหัสที่โครงสร้างข้อมูล Form E ของกรมการค้าต่างประเทศใช้กับกรณีกฎเฉพาะสินค้ากำหนดเกณฑ์ RVC ร้อยละ 40

ดังนั้น การเห็น PE หรือ WO ในเอกสารยังไม่พอให้สรุปว่าถูกต้อง ต้องย้อนดูวัตถุดิบและการผลิตจริง หากสินค้าใช้วัตถุดิบนอกภูมิภาค แต่ระบุ PE มาเพียงเพราะโรงงานอยู่ในจีน ศุลกากรอาจขอข้อมูลเพิ่มได้

Form E น้ำหนักไม่ตรง AWB ใช้ได้ไหม

ภาพเครื่องบินขนส่งสินค้าทางอากาศ สำหรับอธิบายการตรวจน้ำหนักและข้อมูลการขนส่งใน Form E กับ AWB

น้ำหนักไม่ตรงกันไม่ได้ทำให้ Form E ใช้ไม่ได้ทันที ถ้าไม่มีข้อสงสัยเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้า ความต่างของน้ำหนักไม่ได้ทำให้เอกสารมีปัญหาเสมอไป แต่ต้องดูด้วยว่าข้อมูลส่วนอื่นยังตรงกับสินค้าที่นำเข้าและเชื่อมไปยัง Shipment เดียวกันหรือไม่

กรณีที่พบได้บ่อยคือ ผู้ส่งออกใช้ข้อมูลน้ำหนักช่วงเตรียมส่งใน Form E แต่ AWB (Air Waybill หรือใบตราส่งสินค้าทางอากาศ) แสดงน้ำหนักเมื่อสายการบินรับสินค้าเข้าระบบ ตัวเลขในเอกสารสองฉบับจึงอาจไม่เท่ากัน

ก่อนสรุปว่าเอกสารผิด ต้องแยกก่อนว่าตัวเลขที่กำลังเทียบกันเป็น Gross Weight, Net Weight หรือปริมาณประเภทอื่น เพราะช่อง 9 ของ Form E สามารถแสดงได้ทั้งน้ำหนักรวม น้ำหนักสุทธิ หรือปริมาณอื่น จึงต้องดูว่าผู้ออกเอกสารเลือกแสดงข้อมูลแบบไหน

ถ้าตัวสินค้า จำนวนหีบห่อ เที่ยวบิน และเอกสารอื่นเชื่อมกันได้ ความต่างของน้ำหนักอาจเป็นจุดที่ชี้แจงหรือขอให้ผู้ออกเอกสารยืนยันได้ แต่ถ้าความต่างทำให้ดูเป็นคนละล็อต หรือข้อมูลหลักหลายจุดไม่ตรงกัน ศุลกากรอาจขอให้ตรวจสอบ Form E เพิ่มเติม

ดังนั้น จุดที่ควรเริ่มไม่ใช่การแก้ AWB หรือใบขนให้ตรงกับ Form E แต่ต้องแยกก่อนว่าตัวเลขแต่ละชุดหมายถึงอะไร และข้อมูลจริงของ Shipment เป็นอย่างไร เพราะเอกสารขนส่งกับเอกสารถิ่นกำเนิดทำหน้าที่คนละอย่างกัน

Third Party Invoice (ใบแจ้งราคาจากบุคคลที่สาม) ทำให้ Form E ใช้ไม่ได้ไหม

ซื้อสินค้าผ่านบริษัทการค้าหรือให้บุคคลที่สามออก Invoice ได้ และไม่ได้ทำให้ Form E ใช้ไม่ได้ทันที แต่ Form E ต้องแสดงข้อมูลตามเงื่อนไข ส่วนสินค้าก็ยังต้องผ่านกฎถิ่นกำเนิดเหมือนเดิม

ปัญหาจะเกิดเมื่อ Form E อ้าง Invoice คนละฉบับกับที่ใช้ยื่นใบขน แต่ไม่มีข้อมูลเชื่อมให้เห็นว่าเป็นการซื้อขายชุดเดียวกัน หรือชื่อผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้รับของทำให้เอกสารชี้ไปคนละรายการ
เพราะฉะนั้น แค่ระบุ Third Party Invoicing ใน Form E ยังไม่พอ ต้องดูด้วยว่า Invoice, Form E และเอกสารชุดอื่นเชื่อมกันได้จริงหรือไม่

ภาพเช็กลิสต์เอกสารและข้อมูลที่ต้องตรวจ ก่อนยื่นขอ Form E สำหรับใช้สิทธิทางภาษี

ก่อนยื่น Form E ควรเช็กอะไรบ้าง

เริ่มจากดูว่า พิกัดและกฎถิ่นกำเนิดของสินค้าถูกต้องหรือไม่ แล้วค่อยไล่เช็ก:

    • รหัสถิ่นกำเนิดในช่อง 8
    • ชื่อและรายละเอียดสินค้า
    • จำนวนและหน่วย
    • เลขที่ Invoice
    • ข้อมูล Third Party Invoice ถ้ามี
    • รายละเอียดการขนส่ง

เอกสารทุกฉบับไม่จำเป็นต้องใช้คำเหมือนกันทุกตัว แต่ต้องอธิบายสินค้าชุดเดียวกันได้ ถ้าข้อมูลไม่ตรงกัน อย่าเพิ่งรีบแก้ให้เหมือนกันทั้งหมด ต้องดูก่อนว่าต่างกันแค่รูปแบบการเขียนต่างแบบที่ชี้แจงได้ หรือเป็นข้อมูลที่กระทบกับตัวสินค้าและสิทธิที่กำลังขอจริง ๆ

Form E ใช้ลดหรือยกเว้นอากรขาเข้าตามสิทธิของความตกลง ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรตอบโต้การทุ่มตลาด และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นมีฐานกฎหมายของตัวเอง จึงไม่หายไปเพียงเพราะอากรขาเข้าลดเหลือศูนย์

ถ้าพิกัดใน Form E ไม่ตรงกับพิกัดในใบขน อย่าเพิ่งส่งเอกสารกลับไปแก้ ให้ไล่ดูสเปก การใช้งาน และเวอร์ชันพิกัดก่อน บางกรณีต้องอธิบายว่าทำไมตัวเลขต่างกัน ไม่ใช่เปลี่ยนให้เหมือนกันทุกฉบับ

สรุปสำหรับผู้นำเข้า ก่อนใช้ Form E

    • ตอนนี้ยังใช้กติกา Form E เดิมอยู่
      อย่าเพิ่งนำเงื่อนไขของ ACFTA 3.0 มาใช้กับ Shipment ปัจจุบันจนกว่าจะมีผลและมีแนวปฏิบัติรองรับ
    • มี Form E ไม่ได้แปลว่าจะได้ลดอากรแน่นอน
      ต้องดูทั้งพิกัด กฎถิ่นกำเนิด และความเชื่อมโยงของเอกสาร
    • WO, PE, RVC, CTH, PSR และ PSR40 ต้องตรงกับการผลิตจริง
      ไม่ใช่เลือกรหัสจากประเทศที่โรงงานตั้งอยู่
    • น้ำหนัก Form E ไม่ตรง AWB ไม่ได้แปลว่า Form E ผิดทันที
      เช็กก่อนว่ากำลังเทียบน้ำหนักหรือปริมาณประเภทเดียวกันหรือไม่ และเอกสารยังเป็น Shipment เดียวกันหรือเปล่า
    • Third Party Invoice ใช้ได้
      แต่ Form E, Invoice และเอกสารอื่นต้องเชื่อมกันได้ว่าเป็นการซื้อขายและสินค้าชุดเดียวกัน
    • Form E ใช้ลดหรือยกเว้นอากรขาเข้า
      ไม่ได้ทำให้ VAT อากรตอบโต้การทุ่มตลาด หรือภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นหายไปด้วย

คำถามที่พบบ่อย

โรงงานอยู่จีนและใส่รหัส PE มา ควรเช็กอะไรต่อ

ควรขอดูแหล่งที่มาของวัตถุดิบและวิธีผลิตจริง เพราะ PE ใช้เมื่อสินค้าผลิตจากวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดของประเทศภาคีทั้งหมด การที่ขั้นตอนสุดท้ายเกิดในจีนยังไม่พอให้เลือกรหัสนี้

ไม่จำเป็นต้องใช้คำเหมือนกันทุกตัว หากเอกสารยังเชื่อมไปยังสินค้าชุดเดียวกันได้ ควรดูก่อนว่าต่างกันแค่รูปแบบการเขียน หรือแตกต่างจนกระทบตัวสินค้า พิกัด และสิทธิที่ขอ

อย่าเพิ่งแก้เอกสารฉบับใดให้ตามอีกฉบับ ให้แยกก่อนว่าแต่ละตัวเลขเป็นน้ำหนักรวม น้ำหนักสุทธิ หรือปริมาณแบบไหน แล้วดูว่าเอกสารส่วนที่เหลือยังชี้ไปยัง Shipment เดียวกันหรือไม่

ควรตรวจเลขที่ Invoice รายละเอียดสินค้า ผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้รับของ และข้อมูลการขนส่งร่วมกัน คำว่า Third Party Invoicing เพียงอย่างเดียวไม่พอ หากเอกสารยังดูเหมือนอ้างถึงคนละรายการ

ยังไม่ควรรีบส่งกลับไปแก้ ควรเช็ก Spec การใช้งาน และเวอร์ชันพิกัดก่อน บางกรณีต้องอธิบายเหตุผลที่ตัวเลขต่างกัน ไม่ใช่เปลี่ยนทุกเอกสารให้เหมือนกันโดยยังไม่รู้ว่าพิกัดใดถูกต้อง

ต้องแยกอากรขาเข้าออกจากภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรตอบโต้การทุ่มตลาด และค่าธรรมเนียมอื่น เพราะ Form E ใช้กับสิทธิอากรขาเข้า ไม่ได้ทำให้ภาษีหรือมาตรการอื่นหายไปทั้งหมด

ถ้ามี Form E แล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้สิทธิได้หรือไม่?

ให้ U:WENTI ช่วยไล่ดูพิกัด กฎถิ่นกำเนิด ช่อง 8 และความเชื่อมโยงของ Invoice, Packing List, ใบตราส่ง และร่างใบขน
เพื่อแยกให้ชัดว่าจุดไหนเป็นความต่างที่ชี้แจงได้ และจุดไหนควรแก้ก่อนยื่นสิทธิจริง

U:WENTI - You've got problems, We've got ways.U:WENTI - You've got problems, We've got ways.

หมายเหตุข้อมูล: ตรวจแหล่งทางการล่าสุด ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ความตกลง ประกาศ รูปแบบเอกสาร และแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนได้ ก่อนใช้สิทธิกับ Shipment จริงควรตรวจประกาศล่าสุดและให้ผู้รับผิดชอบพิธีการยืนยันอีกครั้ง

แหล่งข้อมูลทางการ

Share This Article