พิกัดใน Form E ไม่ตรงกับใบขน ไม่ได้แปลว่าจะเสียสิทธิลดภาษีทันที สิ่งแรกที่ต้องเช็กคือ สินค้าในเอกสารเป็นรายการเดียวกับของที่นำเข้าจริงหรือไม่ และเลขต่างกันเพราะใช้พิกัดคนละเวอร์ชัน หรือเพราะจัดสินค้าเป็นคนละประเภท หากเป็นเพียงคนละเวอร์ชันและเกณฑ์ถิ่นกำเนิดยังตรงกัน อาจใช้ตารางเทียบพิกัดและคำชี้แจงประกอบได้ แต่ถ้าจัดพิกัดผิดจริงหรือเกณฑ์ถิ่นกำเนิดเปลี่ยน ต้องพิจารณาแก้ Form E หรือดำเนินการวางประกันตามขั้นตอนของศุลกากร
ปัญหา: พิกัดใน Form E ไม่ตรงกับใบขน
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2024 ลูกค้าเข้ามาปรึกษาว่า
ชิปปิ้งแจ้งว่า Form E หรือหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าจากจีน ใช้พิกัดไม่ตรงกับพิกัดในใบขนไทย ถ้าใช้สิทธิไม่ได้ ภาษีของทั้งล็อตจะเพิ่มขึ้นทันที
ของในตู้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งร้านและชิ้นส่วนติดตั้งที่ต้องใช้ก่อนเปิดสาขาใหม่
เอกสารส่วนอื่นตรงกันหมด ทั้งชื่อผู้ส่งออก เลข Invoice รายการสินค้า และจำนวน
ลูกค้าจึงคิดว่า เหลือแค่แก้เลขให้เหมือนกัน แต่พอถามกลับไป ฝั่งจีนยืนยันว่า Form E ออกถูกตามระบบของเขาแล้ว
จุดที่ทำให้เรื่องวนคือเลขพิกัดของจีนกับไทยมีจำนวนหลักไม่เท่ากัน และอาจอ้างอิงคนละเวอร์ชัน การเอาเลขไทยไปใส่แทนตรง ๆ จึงไม่ใช่คำตอบ ขณะเดียวกันแค็ตตาล็อกที่มีบอกเพียงชื่อสินค้า ยังไม่ชัดพอว่าควรจัดของไว้ในกลุ่มไหน
ลูกค้าลองค้นตารางพิกัดเอง เจอทั้งปี 2017 และ 2022 ยิ่งเทียบยิ่งไม่แน่ใจว่าต่างกันเพราะเปลี่ยนเวอร์ชัน หรือเพราะจัดสินค้าเป็นคนละประเภท ถ้าเป็นอย่างแรกอาจชี้แจงได้ แต่ถ้าเป็นอย่างหลังต้องกลับไปดูเอกสารใหม่ทั้งชุด
เรือก็ใกล้เข้าแล้ว จะยอมเสียภาษีอัตราปกติก็ทำให้ต้นทุนโครงการขยับ จะรอโดยยังไม่รู้ว่าต้องแก้อะไรก็เสี่ยงทั้งค่าตู้และกำหนดติดตั้ง ลูกค้าไม่ได้อยากได้คำตอบว่า Form E ใช้ได้ทุกกรณี แค่อยากรู้ว่าเคสนี้ต่างกันตรงไหนกันแน่
ลูกค้าจึงถามเราตรง ๆ ว่า
“ตกลง Form E ผิดจริง หรือแค่ใช้พิกัดคนละเวอร์ชัน
แล้วล็อตนี้ยังใช้สิทธิลดภาษีได้ไหม?”
จุดที่ต้องแยกให้ออกก่อนแก้เอกสาร
เรื่องนี้ต้องแยกให้ได้ก่อนว่าเลขต่างกันเพราะฉบับปีของพิกัด หรือเพราะสินค้าถูกจัดไว้คนละประเภท เพราะสองกรณีนี้ใช้ทางแก้ไม่เหมือนกัน
- ถ้าเป็นพิกัดคนละเวอร์ชัน ต้องตรวจต่อว่ารายละเอียดสินค้าและเกณฑ์ถิ่นกำเนิดยังสอดคล้องกันหรือไม่
- ถ้าเป็นการจัดสินค้าเป็นคนละประเภท ต้องกลับไปตรวจสเปก การใช้งาน และเอกสารที่รองรับพิกัดของสินค้าจริง
- ไม่ควรแก้เลขใน Form E หรือใบขนให้เหมือนกันก่อนรู้ว่าสาเหตุของความต่างคืออะไร
แนวทางที่เราจัดการให้
- ตรวจพิกัดจากข้อมูลสินค้าจริง
เราตรวจสเปก รูปสินค้า วัสดุ และลักษณะการใช้งาน พร้อมเทียบ Form E, Invoice, Packing List, B/L และร่างใบขน เพื่อยืนยันพิกัดไทยที่ถูกต้อง และตรวจว่าเอกสารทุกฉบับเชื่อมโยงถึงสินค้ารายการเดียวกัน - แยกพิกัดคนละเวอร์ชันออกจากการจัดสินค้าคนละประเภท
จากนั้นจึงเทียบพิกัดและคำอธิบายสินค้า เพื่อดูว่าเลขต่างกันเพราะอ้างอิงคนละเวอร์ชัน หรือเพราะสินค้าถูกจัดไว้คนละประเภท พร้อมตรวจว่าเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้ายังตรงกันหรือไม่ - เลือกทางดำเนินการให้ตรงกับสาเหตุ
หากเป็นเพียงพิกัดคนละเวอร์ชัน ให้จัดทำตารางเทียบและคำชี้แจงประกอบ แต่หากจัดพิกัดผิดจริง จึงค่อยประสานแก้ Form E หรือดำเนินการตามขั้นตอนวางประกัน ไม่แก้เอกสารกลับไปกลับมาโดยยังไม่รู้ต้นเหตุ
- ตรวจพิกัดจากข้อมูลสินค้าจริง
ผลลัพธ์: ใช้สิทธิ ACFTA ได้โดยไม่ต้องแก้ Form E โดยไม่จำเป็น
- ตรวจพบว่าเป็น พิกัดคนละเวอร์ชัน ไม่ใช่การระบุสินค้าเป็นคนละประเภท
- ตรวจรายละเอียดสินค้าและเกณฑ์ถิ่นกำเนิดแล้วพบว่า สอดคล้องกับสินค้าที่นำเข้าจริง
- จัดทำตารางเทียบพิกัดและคำชี้แจง พร้อมจัดข้อมูลสินค้าในเอกสารทุกฉบับให้เชื่อมโยงกัน
- ประสานงานกับชิปปิ้งยื่นเอกสารจนศุลกากรรับ Form E และให้ใช้สิทธิ ACFTA ได้ โดยไม่ต้องส่งเอกสารกลับไปแก้โดยไม่จำเป็น
ข้อมูลทางการที่ควรใช้ประกอบ
กรมศุลกากรมีแนวทางสำหรับกรณีพิกัดในหลักฐานถิ่นกำเนิดสินค้าไม่ตรงกับใบขน รวมถึงกรณี Form E ใช้ฉบับปีของพิกัดไม่เป็นไปตามความตกลง ส่วนการพิจารณาใช้สิทธิจริงต้องดูรายละเอียดสินค้า เกณฑ์ถิ่นกำเนิด และเอกสารของแต่ละเคส
แหล่งอ้างอิง: ตารางปัญหาและแนวทางแก้ไขการใช้หลักฐานการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า – กรมศุลกากร
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Form E พิกัดไม่ตรงใบขน
Form E พิกัดไม่ตรงกับใบขน ยังใช้สิทธิลดภาษีได้ไหม?
ยังไม่ควรสรุปว่าใช้สิทธิไม่ได้ ต้องเช็กก่อนว่าเลขต่างกันเพราะพิกัดคนละเวอร์ชัน หรือเพราะจัดสินค้าเป็นคนละประเภท หากรายละเอียดสินค้าและเกณฑ์ถิ่นกำเนิดยังสอดคล้องกัน อาจมีทางใช้ Form E ประกอบการขอสิทธิได้ตามการพิจารณาและขั้นตอนของศุลกากร
ต้องเช็กอะไรเป็นอย่างแรกเมื่อ HS Code ใน Form E ไม่ตรงกับใบขน?
เริ่มจากตรวจสเปก รูปสินค้า วัสดุ และลักษณะการใช้งานจริง แล้วเทียบ Form E กับ Invoice, Packing List, B/L และร่างใบขน เพื่อยืนยันก่อนว่าเอกสารทุกฉบับพูดถึงสินค้ารายการเดียวกัน
จะรู้ได้อย่างไรว่าพิกัดต่างกันเพราะคนละเวอร์ชัน?
ต้องเทียบพิกัดของแต่ละฉบับปี พร้อมดูคำอธิบายสินค้าและเกณฑ์ถิ่นกำเนิด ไม่ควรตัดสินจากจำนวนหลักหรือเอาเลขพิกัดไทยไปแทนเลขของประเทศผู้ส่งออกโดยตรง
ถ้าเป็นพิกัดคนละเวอร์ชัน ต้องส่ง Form E กลับไปแก้ทุกครั้งไหม?
ไม่จำเป็นทุกกรณี หากตรวจแล้วเป็นสินค้าประเภทเดียวกันและเกณฑ์ถิ่นกำเนิดยังตรงกัน อาจใช้ตารางเทียบพิกัดและคำชี้แจงประกอบได้ แต่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงของเอกสารและแนวทางของศุลกากรในเคสนั้น
ถ้าตรวจแล้วพบว่าจัดพิกัดผิดจริง ต้องทำอย่างไร?
ต้องกลับไปตรวจว่า Form E และเกณฑ์ถิ่นกำเนิดต้องแก้หรือไม่ หากยังแก้เอกสารไม่ทัน อาจต้องพิจารณาทางเลือกเรื่องการวางประกันและเดินเรื่องตามขั้นตอนของศุลกากร ไม่ควรยื่นหรือแก้เลขโดยยังไม่ได้ตรวจข้อมูลสินค้าให้ชัดเจน
ปัญหาเอกสารนำเข้าแต่ละแบบต้องเริ่มตรวจคนละจุด เช่น เคสของติดด่านเพราะไม่มี Permit มอก. ต้องแยกก่อนว่าสินค้าเข้าข่ายมาตรฐานบังคับจริงหรือไม่ ขณะที่ เคส LPI ออกไม่ได้เพราะข้อมูลเอกสารไม่ตรงกัน ต้องไล่เทียบข้อมูลในระบบ อย. กับเอกสารของ Shipment ให้ตรงกัน
Form E มีปัญหา ไม่ได้แปลว่าต้องเสียสิทธิทันที
พิกัดไม่ตรง เอกสารไม่ตรง หรือชิปปิ้งแจ้งว่าใช้สิทธิไม่ได้
อย่าเพิ่งรีบแก้เอกสารหรือยอมเสียภาษีเพิ่มโดยที่ยังไม่รู้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร
U:WENTI ช่วยตรวจให้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ต้องแก้อะไร และมีทางไหนที่ทำให้เรื่องเดินต่อได้
ตั้งแต่ Form E, พิกัดศุลกากร, ใบขน ไปจนถึงเอกสารนำเข้า และปัญหาหน้างาน