ยามรุ่งเช้าที่เมืองเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อ (Ereenhot) ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (Inner Mongolia) ซึ่งเป็นด่านพรมแดนทางบกขนาดใหญ่บริเวณชายแดนจีน-มองโกเลีย บาเทอร์ ชาวจีนในพื้นที่ขี่รถจักรยานยนต์จากฝั่งมองโกเลียเข้าสู่เขตการค้าชายแดนเช่นทุกวัน ด้านหลังมีรถบรรทุกที่บรรทุกขนสัตว์และผลิตภัณฑ์นมจากมองโกเลียจอดรอคิวผ่านพิธีการศุลกากรเพื่อเข้าสู่จีน
แต่วิธีการต่างจากในอดีต ในปัจจุบันบาเทอร์เพียงแตะที่ระบบอัจฉริยะบนโทรศัพท์มือถือก็สามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากร การชำระเงิน และการขนส่งโลจิสติกส์ได้ในจุดเดียว
กระบวนการสำแดงสินค้า ตรวจสอบ และปล่อยสินค้าขนสัตว์ที่เขานำมาจากกรุงอูลานบาตอร์ของมองโกเลีย สามารถดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลได้ทั้งหมด แม้จะเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ สำหรับการค้าชายแดน แต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการเปิดประเทศทางตอนเหนือของมองโกเลียใน
เขตการค้าเสรีนำร่องจีน (มองโกเลียใน) ได้รับการอนุมัติจัดตั้งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับหลาย ๆ คน มองโกเลียในมักถูกมองว่าเป็นดินแดนแห่งทุ่งหญ้า เขตชายแดนและแนวกันชนทางนิเวศวิทยาทางตอนเหนือของประเทศ ทว่าในวันนี้ดินแดนอันกว้างใหญ่นี้กำลังรับภารกิจใหม่
แผนพัฒนาเขตการค้าเสรีให้อำนาจแก่มองโกเลียในมากขึ้นในการเดินหน้าการปฏิรูปพร้อมกำหนดมาตรการด้านการปฏิรูปและนวัตกรรม 19 ประการ มาตรการเหล่านี้กำลังทยอยนำไปปฏิบัติและรอผลิดอกออกผลในอนาคต
ตั้งแต่การพัฒนารูปแบบใหม่ของการค้าชายแดน การยกระดับบริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ไปจนถึงการผลักดันผลงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกสู่เชิงพาณิชย์ และการขยายความร่วมมือกับต่างประเทศ มองโกเลียในกำลังเดินหน้าการทดลองด้านการปฏิรูปในวงกว้าง โดยเน้นการบูรณาการ ความแตกต่าง และการริเริ่มแนวทางใหม่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันทั่วพื้นที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้
เมื่อเข้าไปในเขตการค้าชายแดนของเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อท่ามกลางกิจกรรมการค้าที่คึกคักจะพบเรื่องราวที่สะท้อนการเปิดประเทศอย่างชัดเจน เขตดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มการค้าหลักของด่านพรมแดนทางบกที่ใหญ่ที่สุดของจีนในการค้ากับมองโกเลีย โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งและนโยบายที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนสามารถนำเข้าสินค้ามูลค่าไม่เกิน 8,000 หยวนต่อวันโดยปลอดภาษี
พื้นที่ดังกล่าวยังเดินหน้าพัฒนารูปแบบ “การค้าชายแดน + การแปรรูปในท้องถิ่น” อย่างต่อเนื่อง
แทนที่จะนำเข้าสินค้าแล้วนำไปขายต่อภายใต้โควตาปลอดภาษีเพียงอย่างเดียว ประชาชนชายแดนสามารถส่งสินค้าโดยตรงไปยังโรงงานหรือบริษัทแปรรูปในพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและเก็บกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มไว้ในจีน โดยเฉพาะในพื้นที่ท้องถิ่น
สินค้าที่ซื้อขายผ่านช่องทางดังกล่าว ได้แก่ เนื้อม้าแช่แข็ง แคชเมียร์ เสื้อคลุมมองโกเลีย เสื้อสเวตเตอร์ขนสัตว์ กางเกงขนสัตว์ และพรมพื้นเมือง
พรมขนแกะแท้ น้ำผึ้งจากทุ่งหญ้าและผลิตภัณฑ์นมทำมือจากมองโกเลียถูกนำมาซื้อขายควบคู่กับเนื้อวัวแห้ง เสื้อผ้าพื้นเมืองและงานหัตถกรรมจากมองโกเลียใน สินค้าเหล่านี้ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจีนที่ต้องการสินค้าพิเศษจากต่างประเทศ แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ทางชาติพันธุ์และวิถีชีวิตของผู้คนตามแนวชายแดน
ความคึกคักของเขตการค้าชายแดนเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อสะท้อนได้จากทั้งปริมาณและมูลค่าการซื้อขาย ในปี 2025 ปริมาณสินค้านำเข้าและส่งออกผ่านการค้าชายแดนของเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่ออยู่ที่ 27,200 ตัน คิดเป็นมูลค่าการค้า 823 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 235.80% และ 54.12% เมื่อเทียบกับปีก่อนตามลำดับ ทั้งสองตัวเลขทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เขตการค้าแห่งนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจในภูมิภาค
ขนแคชเมียร์ที่ผ่านการซักและหวี รวมถึงเนื้อม้าแช่แข็งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 95% ของสินค้าทั้งหมด โดยสินค้าทั้งหมดได้รับการแปรรูปภายในพื้นที่ ปัจจุบันมีประชาชนชายแดนมากกว่า 15,000 คน เช่น บาเทอร์เข้าร่วมการค้าโดยมีธุรกรรมมากกว่า 100,000 รายการตลอดทั้งปีและสร้างรายได้เพิ่มเติมรวมกว่า 6 ล้านหยวน
ปัจจุบันรูปแบบ “การค้าชายแดน + การแปรรูปในท้องถิ่น” ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นรอบท่าเรือ ช่วยให้เอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่เป็นเพียงจุดผ่านสินค้าไปสู่ เศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มในพื้นที่
รูปแบบดังกล่าวไม่เพียงเป็นหน้าต่างสำคัญที่สะท้อนการเปิดประเทศทางตอนเหนือของมองโกเลียใน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความพยายามในการส่งเสริมความมั่งคั่งของพื้นที่ชายแดน เสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน
หากการค้าชายแดนเปรียบเสมือน “เส้นเลือดฝอย” ของการเปิดประเทศทางตอนเหนือของมองโกเลียในแล้ว เส้นทางโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ก็คือ “เส้นเลือดใหญ่”
ในอดีตการขนส่งสินค้าหลายรูปแบบที่เชื่อมจีน รัสเซีย มองโกเลียและประเทศในยุโรปมักประสบปัญหาจากระบบรถไฟและระบบศุลกากรที่ไม่สอดคล้องกัน เมื่อสินค้าผ่านแต่ละประเทศต้องดำเนินการสำแดงสินค้า จัดทำเอกสารและตรวจสอบใหม่อีกครั้ง โดยบางครั้งเอกสารเพียงอย่างเดียวกินเวลาถึงหนึ่งในสามของระยะเวลาขนส่งทั้งหมด
ปัจจุบันเมื่อรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรปที่บรรทุกสินค้าออกจากด่านหม่านโจวหลี่ (Manzhouli) รถไฟขบวนดังกล่าวสามารถใช้ “ใบตราส่งสินค้าใบเดียว” (Single Bill of Lading) สำหรับการขนส่งหลายรูปแบบเป็นครั้งแรกภายใต้เขตการค้าเสรีนำร่อง
เมื่อสินค้าถึงด่านจึงไม่จำเป็นต้องจัดทำเอกสารใหม่แต่สามารถเปลี่ยนระบบรางและเดินทางต่อได้ทันที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผ่านพิธีการศุลกากรอย่างมาก
เอกสารเพียงฉบับเดียวสามารถเชื่อมโยงกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ระบบรถไฟ ถนน การผ่านพิธีการศุลกากร ไปจนถึงบริการทางการเงิน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมองโกเลียใน ในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรป
เบื้องหลังนวัตกรรมด้านระบบและกฎระเบียบดังกล่าวคือการที่เขตการค้าเสรีมองโกเลียในนำกฎระเบียบด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศมาบูรณาการและพัฒนาต่อยอดโดยอาศัยจุดแข็งจากการเป็นศูนย์กลางของรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรป พร้อมร่วมมือกับบริษัทการรถไฟ หน่วยงานศุลกากรและสถาบันการเงินตลอดเส้นทาง เพื่อจัดตั้งกลไกการยอมรับร่วมกันสำหรับใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลเครดิต
บริษัทสามารถส่งข้อมูลสินค้าเพียงครั้งเดียวเพื่อสร้างใบตราส่งสินค้าใบเดียวที่ครอบคลุมกระบวนการทั้งหมด เอกสารดังกล่าวสามารถใช้เป็นสัญญาขนส่ง ใบรับสินค้า และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในสินค้า รวมถึงสามารถใช้ประกอบการขอสินเชื่อเพื่อการค้าได้
กล่าวได้ว่าสินค้าทั้งรถบรรทุกหนึ่งคันสามารถดำเนินการภายใต้ระบบ “การขนส่งด้วยเอกสารฉบับเดียว”
ปัจจุบันด่านสินค้าหม่านโจวหลี่และเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อได้นำระบบพิธีการศุลกากรดิจิทัลมาใช้กับรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรปแล้ว ที่ท่าเรือรถไฟหม่านโจวหลี่ระบบท่าเรือดิจิทัลช่วยลดเวลาปล่อยสินค้าจากเดิมประมาณครึ่งวันเหลือน้อยกว่า 30 นาที
ส่วนที่เอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อ ระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงกันภายใต้แนวคิด “ป้อนข้อมูลครั้งเดียวใช้ใบตราส่งเดียวตลอดกระบวนการ” ช่วยลดขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายขบวนรถไฟจากเดิม 7–8 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง
ในปี 2025 รถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรปจำนวน 4,867 ขบวน เดินทางผ่านด่านสินค้าหม่านโจวหลี่ เพิ่มขึ้น 11.2% จากปีก่อน ในจำนวนนี้เป็นขบวนรถไฟขากลับ 2,977 ขบวน เพิ่มขึ้น 21% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดของประเทศ
ที่ด่านรถไฟเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อมีรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรปผ่านมากกว่า 3,900 ขบวน เป็นครั้งแรกในปีดังกล่าว ส่งผลให้ยอดสะสมเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 22,000 ขบวน ปัจจุบันด่านแห่งนี้แห่งนี้รองรับ 75 เส้นทาง เชื่อมต่อสถานีศูนย์กลางมากกว่า 70 แห่งในกว่า 10 ประเทศ รวมถึงเยอรมนีและโปแลนด์
นวัตกรรมด้านระบบและกฎระเบียบเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้สินค้าจากมณฑลซานตง นครฉงชิ่ง และพื้นที่อื่น ๆ ของจีนสามารถขนส่งผ่านมองโกเลียในไปยังตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังดึงดูดสินค้าส่งออกจากภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนให้เข้ามาใช้เส้นทางดังกล่าวมากขึ้น รถบรรทุกและรถไฟทุกขบวนที่ข้ามพรมแดนจึงกลายเป็นภาพสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรมของการเปิดประเทศทางตอนเหนือของมองโกเลียใน
แรงขับเคลื่อนด้านการเปิดประเทศของมองโกเลียในยังขยายไปสู่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย ที่นครฮูฮอตแพลตฟอร์มส่งเสริมนวัตกรรม “เหมิงเคอจวี” (Mengkeju) กำลังเร่งผลักดันผลงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์
ทีมวิจัยจากภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี และเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า กำลังจับคู่ความร่วมมือกับบริษัทในมองโกเลียใน เพื่อผลักดันเทคโนโลยีจากห้องทดลองเข้าสู่สายการผลิตและสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง
รูปแบบความร่วมมือเช่นเทคโนโลยีจากภาคตะวันออก + พื้นที่ใช้งานจริงในภาคตะวันตก และการวิจัยและพัฒนาจากเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า + การนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในมองโกเลียใน” กำลังสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างทรัพยากรของมองโกเลียในกับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของจีนตะวันออก
เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะจากเซี่ยงไฮ้กำลังถูกนำไปใช้ในพื้นที่ทุ่งหญ้าซีหลินกัวเล่อเพื่อยกระดับการเลี้ยงสัตว์ด้วยการคัดเลือกพันธุ์อย่างแม่นยำและการบริหารจัดการอัจฉริยะ ขณะที่เทคโนโลยี Big Data จากปักกิ่งถูกนำมาผสานกับศักยภาพด้านทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของมองโกเลียใน เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ รองรับความต้องการด้านกำลังประมวลผลของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
นอกจากนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากมณฑลอานฮุยยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมนมและการดูแลสุขภาพของมองโกเลียใน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในท้องถิ่น
มองโกเลียในได้สร้างกลไกความร่วมมือระยะยาวกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยมากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกันจัดตั้งแพลตฟอร์มวิจัยและพัฒนา 277 แห่ง และดำเนินโครงการความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากกว่า 1,600 โครงการ
ในสาขาวัสดุใหม่จากแร่หายาก พลังงานใหม่ และชีวการแพทย์ ผลงานวิจัยสำคัญหลายโครงการกำลังถูกผลักดันให้เข้าสู่เชิงพาณิชย์เร็วขึ้น ทำให้มองโกเลียในกำลังก้าวจากการเป็นเพียง “ฐานพลังงาน” และ “ฐานผลิตภัณฑ์เกษตรและปศุสัตว์” ไปสู่พื้นที่ทดลองด้านนวัตกรรมและแหล่งบ่มเพาะการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง
ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เปิดกว้างกำลังลดข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์และเปิดทางให้ทรัพยากรด้านนวัตกรรมไหลเวียนเข้าสู่พื้นที่ชายแดนทางตอนเหนือได้อย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อนให้มองโกเลียในเติบโตอย่างมีคุณภาพ
การเปิดประเทศไม่ได้หมายถึงเพียงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจแต่ยังหมายถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน การเปิดประเทศไม่ได้จำกัดอยู่แค่การค้าและธุรกิจหากยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความเข้าใจระหว่างกัน
ทั่วมองโกเลียใน เรื่องราวของการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศเกิดขึ้นในทุกวัน บ่ายวันหนึ่งที่กรุงอูลานบาตอร์ พ่อค้าชาวมองโกเลียรายหนึ่งซื้อชาจีนที่เพิ่งนำเข้ามาจากร้านชาในเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อ ชาดังกล่าวเดินทางมาตามเส้นทางโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยมีขบวนอูฐสัญจรและชวนให้นึกถึงเสียงกระดิ่งของกองคาราวานบนเส้นทางสายชา
แต่วันนี้ภายใต้แรงผลักดันจากเขตการค้าเสรีนำร่อง ชาดังกล่าวได้กลายเป็นสื่อกลางรูปแบบใหม่ในการเชื่อมโยงผู้คนระหว่างจีนและมองโกเลีย
เขตการค้าเสรีมองโกเลียในให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า “การเชื่อมโยงแบบนุ่มนวล” ของความสัมพันธ์กับต่างประเทศมากกว่าการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว
ภายใต้ความร่วมมือเขตเศรษฐกิจจีน-มองโกเลีย เอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อ-ซามีนอูด นักท่องเที่ยวจากทั้งสองประเทศสามารถเดินทางท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับข้ามพรมแดนระหว่างเอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อและซามีนอูดได้
ขณะเดียวกันทรัพยากรด้านการแพทย์มองโกเลียอันโดดเด่นของนครฮูฮอตยังดึงดูดผู้ป่วยจากต่างประเทศจำนวนมากให้เข้ามารับการวินิจฉัยและรักษา ทำให้ศาสตร์การแพทย์เก่าแก่แขนงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสะพานเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกผ่านเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากขึ้นเดินทางมายังมองโกเลียในเพื่อสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันบริษัทและกลุ่มวัฒนธรรมจากมองโกเลียในก็เดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น เพื่อนำเสนอเรื่องราวจากพื้นที่ชายแดนทางตอนเหนือของจีนสู่สายตาชาวโลก
เมื่อการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศเพิ่มขึ้นเครือข่ายมิตรภาพของมองโกเลียในก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน เช่นการแข่งขันนาดัม (Naadam) จีน-มองโกเลีย ซึ่งเป็นเทศกาลดั้งเดิมของชาวมองโกเลียที่ประกอบด้วยการแข่งขันมวยปล้ำ แข่งม้า และยิงธนู การจัดกิจกรรมร่วมกันของประชาชนตามแนวชายแดน การจำหน่ายงานหัตถกรรมมองโกเลียผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างโรงเรียนของทั้งสองประเทศและการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับเส้นทางสายชาโบราณ
โครงการริเริ่มเหล่านี้แม้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่ล้วนยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและมีความหมาย ช่วยให้เขตการค้าเสรีมองโกเลียในค่อยๆ วางรากฐานการเปิดประเทศทางตอนเหนือบนพื้นฐานของความไว้วางใจและมิตรภาพ
กลับมาที่เช้าวันที่บาเทอร์ออกเดินทางอีกครั้ง เมื่อเขาแตะที่ระบบอัจฉริยะเบา ๆ บนโทรศัพท์ ก็เปรียบเสมือนว่าปลายนิ้วของประชาชนตามแนวชายแดนนับไม่ถ้วนได้เชื่อมต่อถึงกัน กลายเป็นจังหวะเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนการเปิดประเทศบนผืนทุ่งหญ้า
เมล็ดพันธุ์แห่งการปฏิรูปที่หยั่งรากลึกลงบนทุ่งหญ้ากำลังเติบโตเป็นต้นกล้าแห่งการเปิดประเทศ
ท้ายที่สุดการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเหล่านี้เอง จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจ “ความลับของทุ่งหญ้า” ได้อย่างแท้จริงและเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า จีนสามารถส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงผ่านการเปิดประเทศในระดับมาตรฐานสูงได้อย่างไร
มองโกเลียในกำลังยกระดับการเปิดประเทศผ่านเขตการค้าเสรีนำร่องจีน (มองโกเลียใน) ด้วยการค้าชายแดน การขนส่งระหว่างประเทศ นวัตกรรมเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน โดยรูปแบบ “การค้าชายแดน + การแปรรูปในท้องถิ่น” ที่เอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อสร้างมูลค่าการค้า 823 ล้านหยวนในปี 2025 เพิ่มขึ้น 54.12% และมีประชาชนชายแดนเข้าร่วมมากกว่า 15,000 คน ระบบดิจิทัลและใบตราส่งสินค้าใบเดียวช่วยลดเวลาปล่อยสินค้าที่หม่านโจวหลี่เหลือน้อยกว่า 30 นาที และลดเวลาการเปลี่ยนถ่ายขบวนรถไฟที่เอ่อร์เหลียนฮ่าวเท่อจาก 7–8 ชั่วโมงเหลือประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยกว่า 30 แห่งได้ก่อให้เกิดแพลตฟอร์มวิจัยและพัฒนา 277 แห่งและโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 1,600 โครงการ ซึ่งสะท้อนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนเข้าด้วยกัน
ที่มา: A smart tap connecting countless border residents – Opinion – Chinadaily.com.cn