แพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลในมณฑลฝูเจี้ยนกำลังมีบทบาทในการผลักดันการบูรณาการระหว่างท่าเรือ การเดินเรือและการค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของจีนในการพัฒนาภาคการขนส่งทางน้ำ โดยมีการนำเสนอในโครงการประชาสัมพันธ์มัลติมีเดีย “Water Transport China” ซึ่งจัดโดยกระทรวงคมนาคมของจีน
นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคม แพลตฟอร์มบริการข้อมูลการค้า Silk Road Maritime ได้รวบรวมข้อมูลสินค้ากว่า 3 ล้านประเภทจาก 230 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยผู้ส่งออกเข้าถึงข้อมูลตลาดและลูกค้าขณะเดียวกันยังช่วยท่าเรือ บริษัทเดินเรือและผู้ประกอบการโลจิสติกส์วิเคราะห์ความต้องการขนส่งสินค้าและวางแผนการให้บริการ นอกจากนี้สถาบันการเงินยังสามารถนำข้อมูลจากแพลตฟอร์มไปใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงและหน่วยงานภาครัฐนำไปใช้เพื่อประกอบการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมได้
บริการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านข้อมูลในภาคการค้าทางทะเล ซึ่งที่ผ่านมาข้อมูลมักกระจายอยู่ตามระบบต่างๆ ทำให้ยากต่อการติดตามกระบวนการขนส่งตลอดทั้งระบบการขนส่งและจัดการสินค้าทั้งหมด (the entire logistics chain) โดยเฉพาะผู้ส่งออกขนาดกลางและขนาดย่อมที่ประสบปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลตลาดและข้อมูลด้านการขนส่ง
แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของจีนในการส่งเสริมการพัฒนาท่าเรือ การเดินเรือ และการค้าแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) โดย Silk Road Maritime ซึ่งริเริ่มขึ้นในฝูเจี้ยน เป็นแบรนด์และแพลตฟอร์มบริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative จากเดิมที่มุ่งพัฒนาเส้นทางเดินเรือ ปัจจุบันได้ขยายบทบาทสู่การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงท่าเรือ บริษัทขนส่งทางเรือและบริษัทการค้าเข้าด้วยกัน
รายงานที่เผยแพร่ระหว่างโครงการระบุว่าฝูเจี้ยนได้รับคะแนนรวม 92.1 จาก 100 คะแนน สำหรับการพัฒนาอย่างประสานสอดคล้องของภาคท่าเรือ การเดินเรือ และการค้า โดย ณ สิ้นปี 2025 ท่าเรือชายฝั่งของฝูเจี้ยนมีเส้นทางขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 310 เส้นทาง ในจำนวนนี้เป็นเส้นทางระหว่างประเทศ 167 เส้นทาง เชื่อมต่อกับท่าเรือกว่า 160 แห่งมากกว่า 60 ประเทศและภูมิภาค โดยมีกำลังการขนส่งสินค้าทางเรือมากกว่า 21 ล้านตัน
ประสิทธิภาพการดำเนินงานของท่าเรือสำคัญปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเวลาเฉลี่ยที่เรือใช้ในท่าเรือเซียะเหมินอยู่ที่เพียง 40.4% ของค่าเฉลี่ยทั่วโลก ขณะที่ท่าเรือฝูโจวได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ในการจัดทำดัชนีประสิทธิภาพท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ประจำปี 2025 ของธนาคารโลก
การเชื่อมโยงระหว่างการขนส่งทางทะเลกับระบบขนส่งภายในประเทศที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นยังช่วยขยายขอบเขตการให้บริการของท่าเรือไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งสินค้าและการขนส่งทางทะเล-รางเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันเทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ ผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ติดตามสภาพอากาศบริเวณท่าเรือ 58 แห่งทั้งในจีนและต่างประเทศ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการเดินเรือในมหาสมุทรสายสำคัญเฉลี่ย 30%
สรุปข่าว:
แพลตฟอร์มบริการข้อมูลการค้า Silk Road Maritime ของฝูเจี้ยนรวบรวมข้อมูลสินค้ากว่า 3 ล้านประเภทจาก 230 ประเทศและภูมิภาค เพื่อเชื่อมข้อมูลของผู้ส่งออก ท่าเรือ บริษัทเดินเรือ ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ สถาบันการเงิน และภาครัฐเข้าด้วยกัน หลังเริ่มให้บริการเมื่อเดือนมีนาคม แพลตฟอร์มช่วยลดปัญหาข้อมูลการค้าทางทะเลที่กระจัดกระจายและสนับสนุนเป้าหมายการบูรณาการท่าเรือ การเดินเรือ และการค้าของจีน ฝูเจี้ยนได้คะแนนการพัฒนาแบบประสานกัน 92.1 จาก 100 คะแนน โดยสิ้นปี 2025 มีเส้นทางตู้คอนเทนเนอร์กว่า 310 เส้นทาง รวมเส้นทางระหว่างประเทศ 167 เส้นทาง เชื่อมท่าเรือกว่า 160 แห่งในกว่า 60 ประเทศและภูมิภาค และรองรับสินค้าทางเรือกว่า 21 ล้านตัน นอกจากนี้ เวลาเฉลี่ยที่เรือใช้ในท่าเรือเซียะเหมินอยู่ที่ 40.4% ของค่าเฉลี่ยทั่วโลก ส่วนท่าเรือฝูโจวได้อันดับ 1 ในดัชนีประสิทธิภาพท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ปี 2025 ของธนาคารโลก ระบบข้อมูลอุตุนิยมวิทยายังติดตามท่าเรือ 58 แห่งและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริการเดินเรือในเส้นทางมหาสมุทรสำคัญเฉลี่ย 30%