เอกสารนำเข้าควรตรวจตั้งแต่ก่อนสินค้าออกจากโรงงาน
บทความนี้กล่าวถึงการนำเข้าเชิงพาณิชย์ตามพิธีการปกติ ส่วนการนำเข้าในกรณียกเว้นหรือพิธีการเฉพาะต้องตรวจเงื่อนไขเพิ่มเติม
- เอกสารนำเข้าควรตรวจตั้งแต่ก่อนสินค้าออกจากโรงงาน
- ก่อนรับสินค้าออกจากศุลกากร ต้องดำเนินการอะไรบ้าง
- ใบอนุญาตที่ต้องใช้ ขึ้นอยู่กับสินค้าที่นำเข้า
- เอกสารผิดอาจทำให้รับสินค้าล่าช้า และบางกรณีมีความผิดตามกฎหมาย
- ตรวจข้อมูลให้ครบก่อนส่ง และแก้ไขตามขั้นตอนเมื่อพบความคลาดเคลื่อน
- สรุปสาระสำคัญ
- คำถามที่พบบ่อย
- เตรียมนำเข้าสินค้าจากจีน แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องเอกสาร
ปัญหาการนำเข้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างขนส่ง สินค้าบางรายการอาจผลิตและส่งออกจากจีนได้แล้ว แต่ยังขาดเอกสารที่ต้องใช้ในประเทศไทย เช่น รายละเอียดสินค้าสำหรับยื่นใบขน หรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับสินค้าประเภทนั้น
เมื่อพบปัญหาหลังสินค้าถึงไทย ผู้นำเข้าอาจต้องรอเอกสารจากผู้ขาย ตรวจรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม หรือดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างนั้นอาจมีค่าเก็บสินค้าและกระทบกำหนดส่งมอบให้ลูกค้า
การตรวจล่วงหน้าจึงควรเริ่มจากชนิดสินค้า วัสดุ ส่วนประกอบ การใช้งาน และชื่อผู้ที่จะเป็นผู้นำเข้า ไม่ควรพิจารณาจากชื่อสินค้าสั้น ๆ ในใบเสนอราคาเพียงอย่างเดียว

ก่อนรับสินค้าออกจากศุลกากร ต้องดำเนินการอะไรบ้าง
ใบขนสินค้าขาเข้าเป็นเอกสารที่ใช้แจ้งรายละเอียดการนำเข้าต่อศุลกากร เพื่อดำเนินพิธีการและพิจารณาภาษีอากร ไม่ใช่เอกสารเดียวกับใบแจ้งหนี้จากผู้ขายหรือเอกสารขนส่ง
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 51 กำหนดหลักไว้ว่า ก่อนนำสินค้าออกจากการควบคุมของศุลกากร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยื่นใบขนให้ถูกต้อง และเสียอากรครบถ้วนหรือวางประกันตามเงื่อนไข ส่วนมาตรา 52 กำหนดข้อมูลขั้นต่ำในใบขน เช่น ชนิดสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก คุณภาพ ราคาศุลกากร และประเทศต้นทางหรือปลายทาง อ่านตัวบทได้จาก พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
สำหรับผู้ประกอบการ ควรเตรียมข้อมูลสินค้าและเอกสารประกอบให้ชัดเจน เช่น บัญชีราคาสินค้า (Invoice) บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List) และเอกสารขนส่งตามวิธีที่ใช้ เช่น ใบตราส่งสินค้าทางเรือ (B/L) หรือทางอากาศ (AWB) รวมถึงรูปสินค้า รุ่น และรายละเอียดการใช้งาน โดยตรวจให้ข้อมูลตรงกันและเลือกเอกสารให้เหมาะกับสินค้าและกรณีนำเข้า ไม่ใช่ทุกกรณีต้องใช้รายการเดียวกันทั้งหมด การใช้ตัวแทนออกของช่วยดำเนินงานไม่ได้ทำให้หน้าที่ของผู้นำเข้าตามกฎหมายหมดไป
ใบอนุญาตที่ต้องใช้ ขึ้นอยู่กับสินค้าที่นำเข้า
สินค้าจากจีนไม่ได้ต้องขอใบอนุญาตเหมือนกันทั้งหมด ต้องตรวจเป็นรายประเภท รวมถึงวัตถุประสงค์ในการนำเข้าและข้อกำหนดที่ใช้ในขณะนั้น
สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ต้องตรวจว่ารายการที่จะนำเข้าอยู่ในขอบข่ายใด หากเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายที่เข้าข่ายมาตรา 21 กฎหมายกำหนดให้ได้รับใบอนุญาตก่อนรับมอบสินค้าจากศุลกากรตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ดูคำอธิบายจาก เอกสารกฎหมายของ สมอ.
จุดที่ควรตรวจไม่ใช่เพียงชื่อสินค้า แต่รวมถึงรุ่น ลักษณะ และการใช้งาน หากสินค้าอยู่ภายใต้ข้อกำหนด แต่เอกสารยังไม่พร้อม อาจเกิดปัญหา สินค้าติดศุลกากรเพราะไม่มีใบอนุญาต มอก.
ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในการกำกับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ต้องตรวจข้อกำหนดตามประเภทผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น การนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายมีขั้นตอนเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า ผลิตภัณฑ์ และข้อมูลการนำเข้าแต่ละครั้งตามกรณี ไม่ควรสรุปว่ามีเอกสารของ อย. หนึ่งฉบับแล้วใช้ได้กับสินค้าทุกเที่ยว รายละเอียดดูได้จาก แนวทางนำเข้าอาหารของ อย.
หากเอกสารหลักมีแล้ว แต่ข้อมูลสำหรับการนำเข้าเที่ยวปัจจุบันยังไม่พร้อม อาจพบปัญหา LPI ยังไม่พร้อมเมื่อสินค้ามาถึง ซึ่งต้องตรวจข้อมูลสินค้าและเอกสารของเที่ยวนั้นเพิ่มเติม

เอกสารผิดอาจทำให้รับสินค้าล่าช้า และบางกรณีมีความผิดตามกฎหมาย
รายละเอียดไม่ตรงกันอาจทำให้ต้องตรวจสอบหรือแก้ไขเอกสารก่อนรับสินค้า แต่ผลทางกฎหมายต้องพิจารณาว่าผิดเรื่องใด ใครเป็นผู้ดำเนินการ และข้อเท็จจริงเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ไม่ใช่เอกสารผิดทุกกรณีจะได้รับโทษเหมือนกัน
มาตรา 202 ครอบคลุมการยื่น จัดให้ หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขน เอกสาร หรือข้อมูลต่อพนักงานศุลกากร โดยเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการเสียอากรหรือการปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จนอาจทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจสาระในรายการนั้นผิด หากเข้าองค์ประกอบตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท ตัวเลขนี้เป็นเพดานโทษ ไม่ใช่ค่าปรับอัตโนมัติสำหรับข้อผิดพลาดทุกครั้ง ตาม บทกำหนดโทษในกฎหมายศุลกากร
สำหรับผู้ซื้อที่ใช้บริการนำเข้าแบบเหมารวม การไม่มีสำเนาใบขนอยู่กับตนเองยังไม่เพียงพอให้สรุปว่าเป็นการลักลอบนำเข้า ต้องตรวจว่าใครเป็นผู้นำเข้า และผู้ซื้อซื้อสินค้าจากต่างประเทศเองหรือซื้อจากผู้ขายในประเทศไทย ประเด็นนี้อธิบายเพิ่มเติมไว้ในบท ขนส่งจีนแบบเหมา ไม่เคยเห็นใบขน เสี่ยงถูกตรวจภาษีย้อนหลังไหม
ตรวจข้อมูลให้ครบก่อนส่ง และแก้ไขตามขั้นตอนเมื่อพบความคลาดเคลื่อน
ก่อนยืนยันการขนส่ง ควรรวบรวมรายละเอียดสินค้า เอกสารซื้อขาย รายการบรรจุ และข้อมูลผู้ขายให้ผู้รับผิดชอบตรวจร่วมกัน หากสินค้าอาจต้องมีใบอนุญาต ควรตรวจข้อกำหนดตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อหรือก่อนส่ง เพื่อเผื่อเวลาดำเนินการ ทั้งนี้ กำหนดเวลาที่กฎหมายบังคับจริงอาจต่างกันตามประเภทสินค้า
ข้อมูลในเอกสารควรตรงกับสินค้าที่จะส่ง โดยเฉพาะชื่อสินค้า รุ่น จำนวน และราคา หากมีการเปลี่ยนรุ่นหรือเพิ่มรายการหลังออกเอกสารแล้ว ควรแจ้งผู้ดำเนินการก่อนนำข้อมูลไปใช้
เมื่อพบความคลาดเคลื่อนหลังส่งสินค้า ไม่ควรแก้เอกสารเฉพาะจุดโดยไม่ตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ควรแจ้งผู้รับผิดชอบและพิจารณาวิธีแก้ตามประเภทเอกสารกับขั้นตอนที่ดำเนินไปแล้ว การแก้ไขทำได้เพียงใดและมีผลทางกฎหมายอย่างไรต้องตรวจเป็นกรณี ไม่ควรรับรองล่วงหน้าว่าแก้แล้วจะไม่มีความรับผิด

สรุปสาระสำคัญ
- ก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน ควรตรวจรายละเอียดสินค้า ชื่อผู้นำเข้า และเอกสารที่ต้องใช้
- มาตรา 51–52 วางหลักเรื่องการดำเนินการก่อนรับสินค้าและข้อมูลในใบขน
- ใบอนุญาตขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและวัตถุประสงค์การนำเข้า ไม่ได้ใช้เหมือนกันทุกรายการ
- การว่าจ้างตัวแทนช่วยดำเนินงานไม่ได้ทำให้ผู้นำเข้าพ้นจากหน้าที่ตามกฎหมาย
- หากพบข้อมูลผิด ควรแจ้งและแก้ตามขั้นตอนโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้เอกสารที่คลาดเคลื่อนถูกนำไปใช้ต่อ
คำถามที่พบบ่อย
จ้างผู้ให้บริการนำเข้าแล้ว ยังต้องเตรียมเอกสารเองหรือไม่
ยังต้องให้ข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับสินค้าตามจริง ผู้ให้บริการอาจช่วยตรวจและจัดทำเอกสาร แต่รายละเอียดจากผู้ซื้อและผู้ขายเป็นข้อมูลสำคัญในการดำเนินงาน
นำเข้าสินค้าจากจีนทุกชนิดต้องมี มอก. หรือ อย. หรือไม่
ไม่ทุกชนิด ต้องตรวจว่าสินค้าอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของหน่วยงานใด และนำเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ใด สินค้าบางรายการอาจเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นด้วย
ชำระภาษีแล้ว รับสินค้าออกได้ทันทีหรือไม่
ยังต้องตรวจว่าผ่านขั้นตอนอื่นครบแล้วหรือไม่ เช่น การตรวจสินค้า ใบอนุญาต และเงื่อนไขการปล่อยสินค้าของผู้ขนส่ง การชำระภาษีจึงไม่ใช่ขั้นตอนเดียวที่เกี่ยวข้อง
ใบขนต้องเป็นชื่อผู้ซื้อสินค้าทุกรายหรือไม่
ต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้นำเข้าจริง หากซื้อจากผู้ประกอบการที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ผู้ซื้อปลายทางอาจไม่ได้เป็นผู้นำเข้าในใบขน ควรตรวจเอกสารให้สอดคล้องกับการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง
พบเอกสารผิดหลังส่งสินค้าแล้ว ยังแก้ไขได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับเอกสารและขั้นตอนที่ดำเนินไปแล้ว ควรแจ้งผู้รับผิดชอบทันทีเพื่อตรวจวิธีแก้ที่ถูกต้อง การแก้เอกสารไม่ได้หมายความว่าความรับผิดที่อาจเกิดขึ้นจะหมดไปทุกกรณี
เตรียมนำเข้าสินค้าจากจีน แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องเอกสาร
หากยังไม่ชัดว่าสินค้าต้องใช้ใบอนุญาตใด หรือเอกสารจากผู้ขายเพียงพอหรือไม่ สามารถเตรียมรายละเอียดสินค้า รูปภาพ และเอกสารซื้อขายให้ U:WENTI ช่วยพิจารณาประเด็นที่ควรตรวจเพิ่มเติมก่อนดำเนินการ
หมายเหตุข้อมูล: บทความนี้อธิบายหลักทั่วไปสำหรับการนำเข้าเชิงพาณิชย์ตามพิธีการปกติ ข้อกำหนดและเอกสารที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและกรณีนำเข้า ก่อนดำเนินการควรตรวจประกาศล่าสุดและยืนยันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูลทางการ